ประวัติไพ่ยิปซี หรือ ไพ่ทาโรต์

คำว่าไพ่ยิปซี

คำว่าไพ่ยิปซี (Gypsy) นั้นหมายถึงกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ถูกเรียกว่ายิปซี(ขอย้ำว่าถูกเรียกนะครับ ไม่ใช่ว่าเรียกกันเอง) โดยที่มาของกลุ่มนี้คาดว่าจะเป็นชาวอินเดียหรือฮินดู(บ้างก็ว่าเป็นชาวยิว)ที่อยู่ชั้นวรรณะต่ำสุด มีฐานะยากจนมาก บ้างก็ว่าถูกขับไล่ บ้างก็ว่าเร่ร่อนไปเองจนในที่สุดไปลงรากปักฐานอยู่แถวยุโรป

ในสมัยนั้นชาวยุโรปมีการเหยียดชาวต่างชาติ(รุนแรงกว่าสมัยนี้มาก)จึงมักเรียกชาวอียิปแบบเหยียดๆว่า ยิปซี่ๆ จึงเป็นที่มาของคำๆนี้ ชาวยิปซีที่เข้ามาในยุโรปได้นำเอาความรู้ความสามารถในการทำนายมาด้วยและได้เผยแพร่ให้ชาวยุโรปเมื่อนานมาแล้ว และเมื่อครั้งที่ไพ่นี้แผ่เข้ามาในเมืองไทย คนไทยจึงเรียกกันติดปากไพ่นี้ว่าไพ่ยิปซี ซึ่งผมคิดว่าน่าจะมีแค่เราชาติเดียวในโลกที่เรียกไพ่ยิปซีแบบนี้

แล้วคำว่าไพ่ทาโรต์ละ มาจากไหน

คำว่าไพ่ทาโรต์นั้นมาจากภาษาอังกฤษว่า Tarot ซึ่งบางคนอ่านว่าทารอท บางคนอ่านว่าทาโรต์ จริงๆแล้วคือคำเดียวกันเพียงแต่อ่านในสำเนียงอังกฤษหรือฝรั่งเศษเท่านั้น คำว่า Tarot นั้นเป็นคำแผลงหรือคำผวนมิอาจทราบได้มาจากคำว่า Torah ซึ่งหมายถึงคำภีร์โตร่าห์ของชาวยิวซึ่งเป็นคำภีร์โบราณเก่าแก่ซึ่งมีความใกล้ชิดกับพระคัมภีร์เก่าของชาวคริสต์มาก ซึ่งคัมภีร์เหล่านี้เปรียบเสมือนสารจากสวรรค์ที่ไว้คอยชี้นำทางให้แก่คนในสมัยนั้นนั่นเอง

คัมภีร์โตร่าห์

พอจะนึกออกแล้วใช่ไหมครับว่ารูปในไพ่ยิปซีบางใบจะมีคำว่า Tarot หรือ Tora แฝงอยู่ในกระดาษบ้างในวงกลมบ้าง นั่นมีความหมายของสิ่งนี้แฝงอยู่นั้นเอง

วิวัฒนาการของไพ่ยิปซี

วิวัฒนาการของไพ่ยิปซีเริ่มจากชาวยิปซีเมื่อก่อนจะใช้ลูกแก้วเป็นสื่อนำในการทำนาย หลักการคือการสะกดจิตผู้ถูกทำนายให้มีความเคลิบเคลิ้มเข้าสู่สมาธิส่วนลึกจนสามารถพูดหรือระลึกสิ่งที่เคยทำในอดีตไว้ได้นั้นเอง (หลักการเดียวกับการที่จิตของคนเราบันทึกกรรมไว้ในศาสนาพุทธ ถ้าเราสามารถเข้าสู่สมาธิขั้นสูงได้เราจะระลึกชาติระลึกกรรมได้อย่างที่พระพุทธเจ้าเคยทำไว้) พอชาวยิปซีย้ายไปอยู่ในยุโรปการใช้ลูกแก้วเริ่มเป็นอันตรายต่อชาวยิปซี เพราะในยุคสมัยนั้นชาวยุโรปและพระศาสนจักรเกรงกลัวปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้เช่น แม่มดพ่อมด เป็นต้น จึงทำให้ชาวยิปซีต้องเปลี่ยนวิธีการเพื่อความอยู่รอดจึงหันมาใช้ไพ่ซึ่งจับต้องได้มากกว่า เป็นรูปธรรมกว่า และมีเหตุมีผลกว่าในสายตาชาวโลกนั้นเอง

และนอกเหนือจากเปลี่ยนจากลูกแก้วเป็นไพ่แล้ว ชาวยิปซียังต้องนำเรื่องราวที่เป็นที่ยอมรับในสมัยนั้นสอดแทรกเข้ามาในเนื้อหาของไพ่ด้วยไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทพเจ้ากรีซหรือเรื่องราวในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล สาเหตุที่ต้องทำแบบนี้เพื่อความกลมกลืนและปลอดภัยของชาวยิปซีนั่นเอง ดังนั้นรูปภาพบนไพ่ยิปซีมักเป็นรูปของกษัตริย์หรือเทพเจ้าต่างๆของชาวยุโรปเกือบทั้งหมดเลย

ไพ่ยิปซีมีมาแต่เมื่อไร

ไพ่ยิปซีคาดว่ามีมานานกว่าพันปีแล้วแต่ไม่มีหลักฐานหรือการจดบันทึกที่แน่นอน แต่หลักฐานชิ้นแรกที่ค้นพบถูกอ้างตัวขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศษและประเทศอิตาลี ต่างฝ่ายต่างแย่งกันเป็นผู้ริเริ่ม โดยเริ่มต้นที่ปี ค.ศ.1392 หรือ 600 กว่าปีที่แล้ว ในสมัยของเจ้าฟ้าชายชาร์ลที่ 6 แห่งประเทศฝรั่งเศส การออกแบบยังคงเป็นแบบโรมัน ยังไม่มีตัวเลขและตัวหนังสือใดๆปรากฎให้เห็นบนหน้าไพ่เลยแม้แต่ใบเดียว หน้าไพ่ที่ปรากฎยังคงใช้วิธีการพิมพ์แบบดั้งเดิมคือ การแกะไม้ระบายสีแล้วพิมพ์ลงบนกระดาษ

ในสมัยนั้นการดูไพ่ยิปซีเป็นที่โด่งดังมากจากกรณีที่หญิงยิปซีคนหนึ่งนำไพ่ยิปซีเข้าถวายความสำราญแก่พระเจ้าชาร์ลที่ 6 และพระราชินีโอเด็ท หญิงยิปซีคนนั้นได้ทำนายเรื่องราวความลับส่วนพระองค์ได้อย่างแม่นยำทั้งอดีตและปัจจุบันรวมทั้งได้ทำนายถึงอนาคต และต่อมาคำทำนายนั้นได้รับการพิสูจน์ว่าเกิดขึ้นจริง

เจ้าฟ้าชายชาร์ลที่ 6 แห่งประเทศฝรั่งเศษ

หลังจากนั้นไพ่ยิปซีก็ได้รับการยอมรับและสืบทอดต่อกันมาในปัจจุบัน แต่ภาพของไพ่ยิปซียังไม่มีความเป็นเอกลักษณ์หรือชัดเจนจนกระทั่งปี ค.ศ. 1909-1910 ประเทศอังกฤษได้มีการตีพิมพ์ไพ่ยิปซีชุด Rider Waite ซึ่งเป็นชุดที่มีชื่อเสียงที่สุดมาจนปัจจุบันนี้

ไพ่ยิปซีชุด Rider Waite ดีอย่างไร

ความหมายของไพ่แต่ละใบจะมีความหมายเหมือนกันถึงแม้รูปจะไม่เหมือนกันแต่ไพ่ชุดที่มีชื่อเสียงที่สุดมาจนปัจจุบันนี้คือ Rider Waite ซึ่งกลายเป็นเหมือนมาตรฐานของภาพในไพ่ยิปซีไปเสียแล้วแม้ในปัจจุบันหมอดูส่วนใหญ่ก็ยังใช้ไพ่ชุดนี้ Rider Waite ถูกวาดโดนจิตกรที่มีชื่อว่า Pamela Coleman Smith เธอเกิดในประเทศอังกฤษและเป็น Designer รูปภาพประกอบหนังสือให้สำนักพิมพ์ต่างๆ เธอไม่ได้แต่งงานและเสียชีวิตอย่างโดดเดียวในปี 1951 โดยไม่มีสมบัติใดๆเหลือเลย เธอทำไพ่ชุดนี้ร่วมกับ Arthur Edward Waite ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นคนถือลิขสิทธิ์รูปชุดนี้ก็ว่าได้ ไพ่ชุดนี้ก็ถูกตั้งชื่อตามเขา

Pamela Coleman Smith
Arthur Edward Waite

สาเหตุที่ภาพชุดนี้มีชื่อเสียงมากนั้น ก็มีคนคิดกันไปต่างๆนานา แต่สาเหตุหลักๆน่ามาจาก

ภาพที่สื่อความหมายได้ชัดเจน รายละเอียดทุกอย่างมีเหตุมีผล ไม่ว่าจะเป็นสีหน้า การกระทำ องค์ประกอบภาพ ถึงจะไม่รู้ความหมายของภาพแต่เพียงเราได้เห็นภาพก็รู้สึกได้ถึงเรื่องดีหรือเรื่องร้ายของไพ่นั้นๆได้ทันที – ความเห็นของผู้เขียน

ภาพวาดชุด Rider Waite ที่เราคุ่นหน้าคุ้นตากันดี วาดโดยเธอผู้นี้นี่เอง

ความจริงอีกอย่างนึงคือทั้ง Pamela และ Arthur ล้วนแต่เป็นสมาชิกของลัทธิ Golden Dawn ซึ่งถือเป็นลัทธิทางด้านมนต์ดำสนใจและศึกษาพิธีกรรมต่างๆไว้มากมายซึ่งสร้างความสับสนและหวั่นวิตกให้กับคนอังกฤษในสมัยนั้นเป็นอย่างมาก อิทธิพลจากลัทธินี้ส่งผลให้กับรูปวาดของ Pamela ด้วยเช่นกัน ดังที่เราจะเห็นพื้นหลังเป็นสีทองและดวงอาทิตย์ทอแสงมากมาย (เหมือนเป็นการโปรโมทลัทธินี้ย่อมๆในไพ่)

ภาพวาดและ Golden Dawn อาจจะมีอิทธิพลต่อไพ่ยิปซีในปัจจุบันแต่ไม่ได้มีผลในเรื่องศาสตร์ลึกลับ มนต์ดำ ความอาถรรพ์ใดๆต่อไพ่ยิปซีนะครับ ไพ่ยิปซีมีมานานแล้วและแก่นแท้ของไพ่ต่างหากที่สำคัญ รูปภาพเป็นแค่การสื่อสารเท่านั้น (ลัทธิ Golden Dawn ล่มสายปี 1914 หลังจากตีพิมพ์ไพ่ชุดนี้มาเพียง 5 ปี ดังนั้นไพ้ชุดนี้จึงเหมือนเป็นที่ระลึกสุดท้ายของ Golden Dawn ก็ว่าได้)

ไพ่ยิปซีทำงานอย่างไร ทำไมถึงแม่นยำนัก

อันนี้ต้องบอกตามตรงว่าเป็นเรื่องที่ Subjective มากๆ(เป็นนามธรรม) การทำงานของไพ่ยิปซีตามความเห็นส่วนตัวของผมล้วนๆคือ เมื่อคุณสำรวมจิตไปที่ใดที่หนึ่งเช่นที่ไพ่ ไพ่ก็จะสะท้อนความเป็นตัวคุณออกมา สิ่งที่คุณเคยทำไว้ในช่วงเวลาที่ผ่านมาจะส่งผลต่อไปยังช่วงเวลาในอนาคต (หลักการเรื่องกรรมในพระพุทธศาสนานั่นเอง) เพียงแต่เราสำรวมจิตไปยังไพ่ ให้ไพ่เสี่ยงทายให้ว่าผลกรรม(ทั้งดีและชั่ว)ในอดีตที่ผ่านมาเป็นอย่างไร และจะส่งผลต่ออนาคตอย่าง ความแม่นยำของไพ่ยิปซีไม่ได้มีอะไรซับซ้อน แค่ให้จิตของเราเป็นตัวบอกไปยังไพ่เท่านั้น แก่นแท้และความหมายของไพ่ที่เปิดมาได้จะบ่งบอกสภาวะจิตเรา ณ ขณะนั้น

The judgement ภาพนี้มีเนื้อหามาจากส่วนหนึ่งของคัมภีร์เก่าของชาวคริสต์ตอน Armageddon  นั่นเอง

หลายๆคนมักจะกลัวที่จะดูไพ่ยิปซี สาเหตุเพราะคุณมีสิ่งผิดพลาดในอดีตทั้งที่รู้ตัวหรือไม่รู้ตัวอยู่ก็เป็นได้ จิตใต้สำนึกของคุณนั่นเองมันกระตุ้นเตือนว่าสิ่งผิดพลาดในอดีตจะส่งผลมาไหม กลัวคนอื่นอาจจะรู้ถึงสิ่งผิดพลาดนี้ได้ก็เป็นได้ หรือกลัวว่าอนาคตจะไม่ดีอาจเป็นเพราะในอดีตที่ผ่านมาเราไม่ได้ทำสิ่งที่ดีไว้เท่าที่ควรก็เป็นได้

ผมเชื่อว่าไพ่ยิปซีไม่มีอำนาจมากำหนดอนาคตคุณได้ คุณเองนะแหละที่กำหนดอนาคตคุณ ไพ่ยิปซีแค่บอกว่าอนาคตคุณจะเป็นอย่างไรถ้าพื้นฐานคุณเป็นอย่างปัจจุบันนี้ เพียงคุณเปลี่ยนความคิดไพ่ก็เปลี่ยนแล้ว

ไพ่ยิปซีมีความลึกลับจริงหรือไม่ มีอาถรรพ์หรือไม่ ศักดิ์สิทธิ์หรือไม่

ความลึกลับของไพ่ยิปซีนั้นน่าจะมีมาจากประวัติและที่มาที่ไปของไพ่ตามที่ผมได้กล่าวไว้ด้านบนมากกว่า ไม่ได้มีความลึกลับอะไรในตัวไพ่แม้แต่น้อย จิตของคุณต่างหากที่ส่งถึงไพ่คือพลังงานเดียวที่ทำให้ไพ่พิเศษ เมื่อทิ้งช่วงไปซักพักจิตของคุณที่เชื่อมต่อกับไพ่ก็จะหายไปเอง
ผมไม่เคยเรื่องได้ยินเรื่องอาถรรพ์ใดๆของไพ่เลย แม่แต่หนังภาพยนตร์ก็ยังไม่มีใครทำด้วยซ้ำ น่าจะเป็นนิทานปะรัมปะราหรือสิ่งที่คุณรุ่นก่อนหลอกไว้เพื่อให้เคารพและดูแลไพ่มากกว่า เพื่อไม่ให้ไพ่หายหรือชำรุดหรือมีตำหนิจนไม่สามารถใช้การได้และขาดความแม่นยำ (เมื่อไพ่มิตำหนิ คนดูบ่อยๆก็จำได้ ก็จะเลือกหยิบได้ ทำให้ผลไม่ตรงความจริงได้)
ศักดิ์สิทธิ์มีหรือไม่อันนี้อยู่ที่ตัวบุคคลครับ สำหรับผมไม่ถือว่าไพ่มีความศักดิ์สิทธิ์ องค์ความรู้จากคนรุ่นหลังและจากตัวผมเองต่างหากที่ทำให้ไพ่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็ต้องดูแลไพ่อย่างสมควรนะครับ
Facebook Comments